คู่มือบาคาร่าออนไลน์ ฉบับคนหวังเงิน

เกมส์บาคาร่าออนไลน์เป็นเกมส์ไพ่สุดฮิตประจำคาสิโน ที่มีกติกาเหมือนกับเกมส์ไพ่ป๊อกเด้ง โดยเฉพาะวิธีการเล่น และการนับแต้มไพ่ แทบจะเป็นขั้นตอนเดียวกันทั้งหมด ยกเว้นแต่ในเกมส์ไพ่บาคาร่าใช้ไพ่ถึง 8 สำรับ (รวมทั้งหมด 416 ใบ) แต่ในเกมส์ไพ่ป๊อกเด้งมีใช้ไพ่ทั้งหมด 1 สำรับ (รวมทั้งหมด 52 ใบ) และในไพ่บาคาร่า ไม่มีการนับดอกเหมือนไพ่ป๊อกเด้ง และผลรวมแต้มไพ่ 2 ใบที่มีค่าเท่ากันของฝั่งผู้เล่น (Player) และ เจ้ามือ (Banker) ที่มีค่าเท่ากันจะถือเป็นไพ่เสมอ และจะถือเป็นโบนัสของนักบาคาร่าออนไลน์ที่เลือกแทงฝั่งเสมอเลยก็กว่าได้
การนับแต้มไพ่
จากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า การนับแต้มไพ่ในการเล่นบาคาร่าออนไลน์นั้น จะมีการนับแต้มเหมือนกับในไพ่ป็อกเด้ง โดยจะมีแต้มรวมสูงสุดที่ 9 แต้ม และมีแต้มต่ำสุดอยู่ที่ 0 แต้ม เหมือนกัน และจำนวนน้ำแต้มของไพ่แต่ละใบก็จะมีค่าเท่ากันหมด นั่นคือ ไพ่ A จะมีค่าเท่ากับ 1 แต้ม ส่วนไพ่ที่เป็นตัวเลขตั้งแต่ 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 จะยังคงนับแต้มตามเลขหน้าไพ่ แต่ไพ่ J , Q , K จะมีแต้มเท่ากับ ไพ่ 10 นั่นคือ 0 แต้ม ยกตัวอย่างเช่น ยกตัวอย่างเจ้ามือ (Banker) ได้ไพ่ J กับ 7 จะเท่ากับว่ามี 7 แต้ม ผู้เล่น (Player) ได้ไพ่ 5 กับ 4 จะเท่ากับว่ามี 9 แต้ม หากนักบาคาร่าออนไลน์ที่เลือกแทงสีแดง นั่นหมายความว่าเลือกแทงฝั่งเจ้ามือ ซึ่งได้แต้มรวมเท่ากับ 7 แต้ม มีค่าน้อยกว่าสีน้ำเงิน ที่ได้แต้มรวมในเกมส์บาคาร่าเท่ากับ 9 แต้ม เท่ากับว่า เกมส์นี้จะต้องแพ้ไปและเสียเงินที่วางเดิมพันนั้นให้กับคาสิโน
กรณีที่จะมีการจั่วไพ่เพิ่มนั้น เกิดขึ้นได้จากกรณีที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งหรือทั้งสองฝั่งเปิดไพ่ออกมาแล้วรวมแต้มหน้าไพ่ได้ไม่ถึง 5 แต้ม ยกตัวอย่างกรณีที่ต้องเรียกไพ่เพิ่ม เช่น เจ้ามือหรือทีมสีแดงได้รับแจกไพ่ J กับไพ่เลข 3 รวมผลหน้าไพ่แล้วได้เพียง 3 แต้ม จึงสามารถจั่วใบที่สามมาได้ หากไพ่ใบที่ 3 ที่ทำการจั่งมาเพิ่มเป็นไพ่เลข 5 จะเท่ากับว่าตอนนี้เจ้ามือมีคะแนนต่อรองผู้เล่นอยู่ที่ 8 แต้ม แต่กรณีไพ่เพิ่มนี้ หากเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย จะต้องให้ผู้เล่นเป็นผู้ได้จั่วไพ่เพิ่มก่อน ตามลำดับของการแจกไพ่ตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที
อัตราการจ่ายเงินให้กับนักบาคาร่าออนไลน์
1. ฝั่งผู้เล่น (Player) ชนะ มีอัตราการจ่ายที่ 1:1 เท่า คือ เดิมพัน 100 บาท จะได้กลับมา 100 บาท รวมต้นทุนกำไรแล้ว มีเงินกลับบ้าน 200 บาท แต่อย่างไรเสียโอกาสชนะของผู้เล่นก็มีน้อยกว่า โอกาสชนะของเจ้ามือในเกมส์บาคาร่าออนไลน์
2. ฝั่งเจ้ามือ (Banker) ชนะ มีอัตราการจ่ายที่ 1:0.95 เท่า คือ เดิมพัน 100 บาท จะได้กลับมา 95 บาท รวมต้นทุนกำไรแล้ว มีเงินกลับบ้านที่ 195 บาท ซึ่งในเกมส์บาคาร่าออนไลน์ก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า เจ้ามือีความได้เปรียบเชิงกติกา จึงมีโอกาสที่จะชนะมากกว่า นักบาคาร่าออนไลน์ก็มักจะเลือกสุ่มวางเดิมพันข้างเจ้ามือ
3. แทง Tie (เสมอ) ชนะ อัตราการจ่ายที่ 1:8 เท่า ความพิเศษ คือ ผู้เล่นสามารถแทงกองเสมออย่างเดียว หรือแทงฝั่งแดงหรือน้ำเงินร่วมกับการแทงเขียว หรือแทงเสมอไปด้วยนั่นเอง จึงทำให้เรามีโอกาสชนะอยู่ที่ 2 ใน 3 และการแทงเสมอยังให้ผลตอบแทบที่น่าประทับใจ เช่น เราแทงฝั่งเจ้ามือ 80 บาท แบ่งแทงฝั่งเสมอที่ 20 บาท ผลออกมาว่าเสมอ นักบาคาร่าออนไลน์จะได้เงินกลับบ้านไปที่ 160 บาท รวมต้นทุนที่ได้แทงเสมอไปด้วยเป็น 180 บาท แต่หากหักการแทงกั๊กที่เรายังมั่นใจในตัวเจ้ามืออยู่ที่ 80 บาทนั่น จะทำให้เราเหลือเงินกลับบ้านไป 100 บาท ซึ่งโอเคกว่าการเทเงินเดิมพันไปฝั่งเจ้ามืออย่างเดียว ซึ่งผลบางทีก็แพ้ เพราะอัตราการออกผลไพ่บาคาร่านั้นคำนวนได้จากไพ่ตั้ง 8 สำรับ
4. สล็อต อัตราการจ่ายที่ 1:11 เท่า หรือ Banker Pair อัตราการจ่ายก็อยู่ที่ที่ 1:11 เท่า คือ การทายผลว่า ไพ่ฝั่งผู้เล่นหรือเจ้ามือจะฝั่งใดก็ได้นั้น ได้รับแจกไพ่ 2 ใบแรกจะออกไพ่เหมือนกันทั้งสองใบ เช่น ไพ่ฝั่ง Player หรือ Banker ก็ตามมีสองใบแรกออก 3 , 3 หรือ 10 , 10 ผู้ที่ทายผลว่า Player จะได้ก็จะได้เงินทันทีโดยไม่ต้องรอเปิดไพ่ใบที่สาม ต่อให้เปิดไพ่ใบที่ 3 แล้วแพ้แต้มแต่ก็ยังได้เงินจากการทาย Player Pair หรือ Banker Pair สำหรับผู้ที่เลือกแทงฝั่ง Banker อยู่ดี
5. Perfect Pair อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:25 เท่า นั่นคือ การทายผลไพ่ดับเบิ้ลทั้งคู่ เป็นการทายว่าไพ่ฝั่งผู้เล่น (Player) และเจ้ามือ (Banker) นั้นจะออกไพ่เหมือนกันตั้งแต่ 2 ใบแรก แต่ไพ่ทั้งสองฝั่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เช่น ไพ่ Player ออก 8 , 8 แต่ไพ่ Banker ออก 1 , 1 ผู้เล่นที่ทายผล Perfect Pair ก้จะได้เงินทันที 25 เท่าของเงินเดิมพัน เช่น เดิมพัน 100 บาท จะได้เงินคืนมาที่ 2,500 รวมต้นทุนแล้ว เป็น 2,600 บาทเลยดีเดียว

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *